ตำรวจสอบสวนแฉเจ้านายเก่าหลังถูกสั่งเด้ง บิดเบือนสำนวนคดี ทำหลักฐานสำคัญฝั่งลุงจรูญหาย ถือหางครูปรีชา

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
11

งานนี้ได้แฉกันถึงเบื้องลึกเบื้องหลังผู้มีอิทธิพล ทั้งยังคงส่งผลให้วุ่นไม่หยุดสำหรับคดีหวย 30 ล้านระหว่างครูปรีชาและลุงจรูญ แถมยังเป็นคดีที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเลยทีเดียว และหลายคนเชื่อว่าเจ้าของหวย 30 ล้านที่แท้จริงคือ ลุงจรูญ แต่ถึงอย่างนั้น ทางฝ่าย ครูปรีชาก็ยังเชื่อว่าเป็นของตัวเองแน่นอน 100 เปอร์เซ็นจะสู้ต่อในชั้นศาล จนเรื่องราวกลับตาลปัดไม่จบสุดท้ายต้องโอนคดีมาให้ทางกองปราบฯ งานนี้ความจริงเริ่มชัดขึ้นทีละเล็กละน้อย

หลังมีคำสั่งศปก.ตร.ที่ 10/2561 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการศปก.ตร. สรุปว่าหลังจากโอนสำนวนการสอบสวนคดีที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมล และนายปรีชา ใคร่ครวญ เกี่ยวกับคดีหวย 30 ล้านบาท เพื่อให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามทำการสอบสวนฝ่ายเดียว

เนื่องจากคณะพนักงานสอบมีความจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อหาข้อเท็จจริงและพิสูจน์ให้เห็นความผิด ดังนั้นเพื่อให้การสืบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและยุติธรรมกับทุกฝ่าย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะปฏิบัติราชการการแทนผบ.ตร. และผอ.ศปก.ตร. จึงให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผอ.ศปก.ตร.มอบหมาย โดยให้ไปรายงานตัวกับพล.ต.ท.สุรพล พินิจชอบ ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร. ในวันที่ 22 ก.พ.2561 เวลา 14.00 น. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ทำหนังสือถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้สั่งย้ายพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี มาปฏิบัติราชการที่ตร. โดยสรุปว่า ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งความจากนายปรีชา เป็นคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาที่ 1751/60 ลงวันที่ 26 พ.ย.2560 ก็หารือกับ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รองผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองกาญจน์ฯมาโดยตลอด ซึ่งพ.ต.ท.ชูวิทย์สั่งการให้สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืน ต่อมาพล.ต.ต.สุทธิ ก็เรียกสำนวนไปตรวจหลายครั้ง ทั้งที่บ้านพักและที่ทำงาน แล้วสั่งการให้สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืน จึงมีการแก้ไขบันทึกคำให้การเดิมของนายปรีชา น.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และน.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช โดยเพิ่มข้อเท็จจริงลงในคำให้การเดิมที่สอบสวนไว้ครั้งแรก เพื่อให้เห็นว่ามีการกล่าวถึงพยานหลักฐานต่างๆครบถ้วนตั้งแต่การสอบสวนครั้งแรก โดยมีการแก้ไขในลักษณะนี้หลายครั้ง ส่วนคำให้การเดิมได้ฉีกทิ้ง โดยพล.ต.ต.สุทธิ และพ.ต.ท.ชูวิทย์ทราบมาโดยตลอด แต่ไม่ได้ทักท้วง

ต่อมามีคำสั่งจากบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และบช.ภาค 7 แต่งตั้งพนักงานสอบสวน แต่สำนวนยังอยู่กับ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ซึ่งหลังจากที่พนักงานสอบสวนจากบก.ภ.จว.กาญจนบุรีเข้ามารับผิดชอบ ก็มีการแก้ไขคำให้การ เมื่อมีคำสั่งบช.ภาค 7 ที่ประชุมก็รับทราบว่ามีการแก้ไขคำให้การ แต่ไม่ได้มีการโต้แย้ง โดยมีพล.ต.ต.คนหนึ่ง บอกว่าทำไปแล้วเดี๋ยวหาทางแก้ไข จากนั้นพนักงานสอบสวนก็สอบสวนบุคคลดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อยืนยันให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่ถูกแก้ไข

นอกจากนี้เมื่อกลางเดือนม.ค.2561 พงส.ของบช.ภาค 7 ตกลงจะส่งซองพลาสติกบรรจุกสลากที่มีลายมือเขียนราคาสลากไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นลายมือของน.ส.พัชริดาหรือไม่ โดยซองดังกล่าวร.ต.ท.จรูญมอบให้เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 ซึ่งเก็บไว้ในโต๊ะทำงานของตน ต่อมาโต๊ะทำงานถูกรื้อค้น ซองพลาสติกดังกล่าวหายไป เมื่อปรึกษาพ.ต.อ.พิพัฒน์ รุ่งสัมพันธ์ ผกก.สอบสวน ก็ปรึกษาพล.ต.ต.คนหนึ่ง แล้วระบุให้ยกเลิกการส่งตรวจพิสูจน์ ซึ่งในการประชุมพงส.ของภ.จว.กาญจนบุรี และบช.ภาค 7 ไม่มีการบันทึกการประชุม

ด้านพ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค หัวหน้าพนักงานสอบสวนให้การว่า พล.ต.ต.สุทธิ สั่งให้อายัดบัญชีธนาคารของร.ต.ท.จรูญ ต่อมามีเจ้าหน้าที่ศาลเล่าว่าอยู่ในเหตุการณ์ที่นายปรีชาซื้อหวย และเห็นเลขสลาก 726 แล่บมาจากกระเป๋าเสื้อ จึงกลับมาบอกให้ร.ต.อ.จิรยุทธ์ เรียกมาสอบปากคำเป็นพยานเพิ่มเติม และเมื่ออ่านคำให้การของพยาน หากพบว่าข้อเท็จจริงใดไม่สอดคล้องกันก็แนะนำให้ร.ต.อ.จิรยุทธ์สอบสวนเหตุการณ์ให้กลมกลืน สาเหตุที่ไม่แนะนำให้สอบสวนเพิ่มเติมตามลำดับเหตุการณ์เพราะจะทำให้คำให้การไม่น่าเชื่อถือ อาจส่งผลต่อการพิจารณาน้ำหนักของพยานในชั้นพนักงานอัยการและชั้นศาล

รายงานระบุอีกว่า พฤติกรรมเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การนั้น ได้แก่ พล.ต.ต.สุทธิ และพ.ต.ท.ชูวิทย์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของร.ต.อ.จิรยุทธ์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลต่อรูปคดีอย่างมาก ทำให้พยานหลักฐานของฝ่ายนายปรีชามีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการมีความเห็นทางคดีของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดีในชั้นศาลได้ ซึ่งการกระทำของพล.ต.ต.สุทธิ และพ.ต.ท.ชูวิทย์ และร.ต.อ.จิรยุทธ์ ทำให้ร.ต.ท.จรูญมาร้องขอความเป็นธรรมจากผบช.ก.ให้โอนคดีให้บก.ป.สอบสวน

ทั้งนี้พล.ต.ต.สุทธิ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2560 โดยพ.ต.ท.ชูวิทย์ไปรายงานให้ทราบด้วยวาจา ต่อมาปรากฎตามสื่อว่าพล.ต.ต.สุทธิ เรียกนายปรีชา ร.ต.ท.จรูญไปเจรจาตกลง และนำสำนวนไปตรวจหลายครั้ง เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของคำให้การมาตลอด แต่ไม่ได้ทักท้วง ทำให้ร.ต.อ.จิรยุทธ์เข้าใจว่าการกระทำของตนถูกต้องตามคำสั่งของพล.ต.ต.สุทธิแล้ว

พฤติการณ์ของพล.ต.ต.สุทธิ เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจในฐานะที่ตนเองเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าพงส.ในจ.กาญจนบุรี สั่งการให้พงส.สอบสวนโดยไม่สุจริต เป็นธรรม และมีอคติเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีต่อไป อาจเป็นที่ไม่ไว้วางใจของคู่กรณีและประชาชน ตลอดจนอาจใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานอันส่งผลให้พยานเกิดความหวาดกลัว จึงควรให้ย้ายมาปฏิบัติราชการที่ตร.โดยขาดจากตำแหน่งเดิมจนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
11