‘พรรคกล้า’ ประกาศรับสมัครคนกล้า-คนเก่งร่วมทีมลงสนามเลือกตั้ง ลุยงานการเมืองแก้ปัญหาประเทศ

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
1

พรรคกล้า ประกาศ “ตามหาผู้กล้า” เป็นผู้สมัคร สส. ย้ำ 4 หลัก ลุยแก้ปัญหาบ้านเมือง และปากท้องประชาชน ย้ำจุดยืน รักสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมส่งเสริมประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่อาคารเอเชีย ถนนราชเทวี  นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมคณะทำงาน แถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญตามหาผู้กล้าเพื่อรับสมัครคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกับพรรคเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนร่วมแก้ปัญหาให้กับประเทศและเป็นผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค

ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ปัญหาของประชาชนและบ้านเมืองนั้นมีมากมาย เราอยากจะสื่อสารกับประชาชนว่าเราอยากให้ทุกคนช่วยกันลงมือทำแก้ปัญหาให้กับประเทศ แต่พรรคกล้าอยากพูดความจริงว่าในการแก้ปัญหาเหล่านี้ สุดท้ายต้องอาศัยการเมืองที่ดีแต่บ้านเมืองเราปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับปัจจุบันได้

การเมืองต้องดีกว่านี้ โดยพรรคกล้า มีเป้าหมาย 4 ข้อคือ 1.ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีอิสรภาพในการใช้สิทธิตามประชาธิปไตย  2.ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข  3.คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน ไม่ว่าจะเกิดในครอบครัวร่ำรวยหรืออยากจน ต้องมีโอกาสความก้าวหน้าทั้งชีวิตและความเป็นอยู่  และ 4.เมื่อลำบากประชาชนทุกคนต้องมีที่พึ่ง เราใช้เป้าหมายเหล่านี้ในการกำหนดท่าทีทุกเรื่อง รวมถึงวิกฤติที่เรากำลังประสบอยู่ เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เป็นสุข และมีความหวังว่าชีวิตจะดีกว่านี้ได้ การจะทำให้การเมืองดีขึ้นและนำไปสู่การแก้ปัญหามากมายนั้น เราต้องมีนักการเมืองที่มีคุณภาพดี มีจิตสาธารณะ มีความพร้อม และทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน

“วันนี้พรรคกล้าจึงอยากประกาศถึงประชาชนทุกคนว่าหากท่านมีความพร้อมและใจ ขอให้มีความกล้าก้าวขึ้นมาทำงานกับพรรคกล้า ทั้งคนที่เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านเทคโนโลยี ด้านสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ มาสมัคร ส.ส. เพื่อมาร่วมกำหนดนโยบายร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องร่ำรวยหรือมีอิทธิพลในท้องถิ่น แต่เราต้องการคนที่มีของ มีความมุ่งมั่น และมีความตั้งใจ ทำให้พรรคกล้าจะต้อง มี ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรที่สามารถลงมือปฏิบัติงานจริงได้ ไม่ใช่แค่พูดในสภาอย่างเดียว คือต้องเป็นคนดีและคนเก่ง” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคกล้าจะส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือไม่  หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า  สนามท้องถิ่นเรายังไม่ส่ง เพราะเรามุ่งไปที่สนามใหญ่ก่อน แม้จะไม่รู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในพรรคการเมืองหรือการกำหนดนโยบายต้องใช้เวลา ตนจึงลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อให้มีความพร้อมในการส่งผู้สมัครในทุกเขตเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะการเมืองมีความไม่แน่นอน เราจึงต้องทำตัวให้พร้อมโดยเร็ว หากรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเราจะมีเวลาเตรียมตัว

(Visited 82 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
1