เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เปิดคดีช็อก วิศวกรสาวจีน ถูกฆ่าโหดที่ออสเตรเลีย ฆาตกรเป็นหนุ่มวัย 19 ปี ที่เธอให้ที่อยู่อาศัย เผยคนร้ายหนีวีซ่า วางแผนมาดี เสิร์ชหาข้อมูลโทษฆ่าคนตาย ก่อนลงมือสังหาร อวี้ฉี หญิงสาวชาวจีน วัย 28 ปี ที่จากบ้านมาไกลตั้งแต่ปี 2552 เพื่อมาสร้างชีวิตของตัวเองที่ออสเตรเลีย เธอจบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า มีหน้าที่การงานดี และมีอนาคตที่สดใส แต่ทุกอย่างต้องจบลงอย่างน่าเศร้าและสยดสยอง

ย้อนกลับไปในปี 2561 ฉีเปิดบ้านต้อนรับเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี เข้าบ้าน เพราะเห็นว่าเป็นคนจีนจากแผ่นดินใหญ่เหมือนกัน และยินดีให้เขาแชร์บ้านอยู่ด้วย ซึ่งเธอไม่เคยคาดคิดว่า วัยรุ่นหน้าซื่อ ๆ คนนี้จะเป็นฆาตกรเลือดเย็นสุดโหดเหี้ยม

 

 

จากการรายงานของ เว็บไซต์เอบีซีนิวส์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ระบุว่า เด็กหนุ่มคนดังกล่าวมีชื่อว่า ซัวตง เขาเดินทางเข้าออสเตรเลียด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แต่อาศัยอยู่เกินวีซ่า และทำงานที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง เจ้านายของเขาเผยว่า ซัวตงเป็นคนฉลาด หัวไว เรียนรู้เร็ว และเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีมาก ไม่มีปัญหาในการเข้าสังคม

ในเดือนพฤษภาคม 2561 ซัวตงได้มารู้กับอวี้ฉี วิศวกรสาวชาวจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองแคมป์ซี รัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าทั้งคู่คนรู้จักกันได้อย่างไร แต่เธอยินดีให้ที่พักกับเขาโดยแชร์ค่าบ้านด้วยกัน ข้อมูลจาก เดลี่เมล ระบุว่า ในคืนวันที่ 6 มิถุนายน 2561 อวี้ฉีแชตคุยกับเหอฉิน แม่ของเธอที่อาศัยอยู่ในจีน เล่าว่า อยู่ดี ๆ ที่บ้านก็ไฟดับทั้งหลัง เรื่องแปลกคือมีเฉพาะบ้านของเธอหลังเดียวที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่รู้ว่าถูกตัดไฟหรือเกิดอะไรขึ้น ซึ่งอวี้ฉีบอกกับแม่ว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก และนั่นคือคำพูดสุดท้ายของเธอ

อวี้ฉีหายตัวไปจากบ้านในคืนนั้น และในอีก 6 สัปดาห์ต่อมา เธอก็กลายเป็นศพอยู่ในดงพุ่มไม้ บริเวณเชิงเขาคูริงไก ไม่ไกลจากถนนมอเตอร์เวย์สายเอ็ม 1 สภาพศพเปลือยท่อนล่าง และมีเสื้ออยู่ที่คอ เจ้าหน้าที่นิติเวชไม่สามารถพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ เนื่องจากอวี้ฉีเสียชีวิตมานานกว่า 1 เดือน ศพอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยมากแล้ว แต่พวกเขาพบหลักฐานสำคัญบนเสื้อที่รัดคอเธอ นั่นก็คือดีเอ็นเอของซัวตง

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกตรวจค้นบ้านของอวี้ฉี และพบกางเกงชั้นในเปื้อนคราบเลือดอยู่ในห้องนอนของเธอ นอกจากนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบคราบเลือดจำนวนมากอยู่ในรถของเธอ ซึ่งซัวตงขับรถขนศพไปทิ้ง ก่อนจะใช้กูเกิลแมปหาทางขับรถกลับมาบ้าน โดยเขาได้ใช้ปากกัดนิ้วมือของตัวเอง เพื่อพยายามกำจัดรอยนิ้วมือและดีเอ็นเอออกไปให้ได้มากที่สุด

ซัวตงถูกไล่ออกจากงานและถูกจับกุมในเวลาต่อมา รายงานระบุว่า เขาเพิ่งมาอาศัยอยู่กับอวี้ฉีได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนจะลงมือก่อเหตุฆาตกรรมเธอ ซึ่งใน 2 วันก่อนเกิดเหตุ ซัวตงได้เสิร์ชหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับโทษคดีฆ่าคนตายในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ปริปากพูดอะไรเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมอวี้ฉี

ระหว่างถูกคุมขัง ซังตงได้ใช้ใบมีดโกนแทงเพื่อนผู้ต้องขัง โดยอ้างว่าได้ยินเสียงแว่วออกมาจากกำแพง เขาบอกกับจิตแพทย์ว่าได้ยินเสียงพระเจ้าคุยกับเขา และได้ใช้ยาต้านอาการทางจิต (Antipsychotic Drug) ขณะอยู่ในคุก ซัวตงไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ แต่บอกว่ากับจิตแพทย์ว่าตัวเองเสียใจ ละอายใจ และรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2562 ซัวตงบอกเจ้าหน้าที่ว่าเขากับอวี้ฉีมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วยกัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

 

 

ล่าสุด ในเดือนกันยายน 2563 อวี้จื่อเหอ และ เหอฉิน พ่อแม่ของอวี้ฉี เดินทางจากประเทศจีนมายังออสเตรเลีย เพื่อรับฟังการพิจารณคดีในชั้นศาล โดยซัวตง ซึ่งปัจจุบันอายุ 21 ปี ได้ให้การสารภาพในที่สุดว่าเขาได้ลงมือฆ่าอวี้ฉีจริง แต่ไม่ได้เปิดเผยถึงแรงจูงใจว่าทำไปเพราะอะไร และฆ่าเธออย่างไร

ผู้พิพากษาได้พิจารณาโทษจำคุก 18 ปี โดยรายงานในชั้นศาลระบุว่า ซัวตงอาจมีอาการทางจิตเวช แต่การฆาตกรรมอวี้ฉีเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเขากระทำการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่ได้สำนึกผิด ซัวตงเตรียมการมาเป็นอย่างดีด้านการหาข้อมูลเรื่องลงโทษคดีฆ่าคนตาย เพราะตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลียนั้น การสารภาพทำให้ผู้ต้องหาได้รับการลดโทษ 25 เปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ ซัวตงจึงได้รับโทษจริงเพียง 13 ปี เท่านั้น และจะถูกปล่อยตัวในปี 2574 โดยมีสิทธิ์ได้รับทัณฑ์บน แต่ไม่แน่ชัดเรื่องการให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดทางจิต

 

 

ด้าน จื่อเหอ พ่อของอวี้ฉี กล่าวว่า เขาและภรรยาหัวใจสลาย หลังจากรู้ว่าลูกสาวถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ภรรยาต้องฝันร้ายทุกคืน ตื่นมาด้วยน้ำตานองหน้าทุกวัน และอยากจะฆ่าตัวตายตามลูกสาว ซึ่งเมื่อพวกเขาได้ยินผลการตัดสินสิน ทั้งคู่ก็ตะโกนอย่างโกรธแค้นว่าไม่ยุติธรรม กรีดร้องและร้องไห้ในศาล

พ่อแม่ของเหยื่อไม่พอใจอย่างยิ่งกับผลการตัดสิน กล่าวว่า ผู้ต้องหาตั้งใจอยู่เกินวีซ่า และใช้ช่องว่างทางกฎหมายของออสเตรเลีย เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปรับโทษสถานหนักที่จีน พวกเขากล่าวอีกว่า คนร้ายตั้งใจสารภาพเพราะรู้ว่าตัวเองจะถูกลดโทษ ไม่ได้สารภาพเพราะรู้สึกผิด หรือเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเลยแม้แต่น้อย และลูกสาวของพวกเขาต้องมาตายอย่างไร้เหตุผล อีกทั้งไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยสักนิด