แฉอีกประเด็น! ช่องส่องผี เล่าเรื่องบิดเบือน อ้างพม่ายิงปืนใหญ่ถล่มเจดีย์ประธาน วัดกุฎีดาว พังลงมา

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

เพจดัง โบราณนานมา กางประวัติศาสตร์ประเด็น วัดกุฎีดาว ถึงรายการที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมตอนนี้ เคยเล่าประมาณว่า “…เจดีย์ประธาน วัดกุฎีดาวที่พังทลายลงมา เพราะพม่ายิงปืนใหญ่ใส่วัด เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 และผู้สร้างวัด คือ สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ)…” ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูล มีการทำภาพแซวติดตลกด้วยว่า”ทหารพม่า รู้สึกงงในสิ่งนี้ ว่าพวกเขาไปยิงเจดีย์นั้น ตั้งแต่เมื่อไรกัน”

ทางเพจได้เขียนข้อความร่ายยาว โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

เรื่อง “วัดกุฎีดาว” ที่รายการบิดเบือน
ตอนแรกก็ว่าจะไม่เล่นประเด็น “วัดกุฎีดาว” แล้วนะ เพราะเห็นหลายเพจและหลายคนพูดประเด็นนี้ไปแล้วเมื่อเดือนก่อน พอดีตอนนี้เห็นเพจแหม่มโพธิ์ดำ กำลังพูดถึงรายการนี้อยู่ และมีอยากรู้เรื่องต่าง ๆ ที่รายการนี้กำลังบิดเบือน วันนี้จึงขอเสนอเรื่อง “วัดกุฎีดาว” ก่อนแล้วกัน
ในรายการ “ช่องส่องผี” เล่าว่าประมาณว่า “…เจดีย์ประธาน วัดกุฎีดาวที่พังทลายลงมา เพราะพม่ายิงปืนใหญ่ใส่วัด เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 และผู้สร้างวัด คือ สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ)…”
ประเด็นหลัก ๆ มี 2 ประเด็น คือ
1. สาเหตุที่เจดีย์ประธานพังทลายลงมา เพราะอะไร ?

2. พระเจ้าเอกทัศ คือผู้สร้าง “วัดกุฎีดาว” จริงหรือ ?


1. สาเหตุที่เจดีย์ประธานพังทลายลงมา มีหลักฐานชัดเจนว่า “ปล้องไฉน” ของเจดีย์ประธานวัดกุฎีดาว เพิ่งจะหักมาไม่นานสักร้อยปีมานี่เอง โดยวัดนี้อยู่ในเขตเมืองเก่าอโยธยา และใน “รายงานการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์วัดกุฎีดาว เมื่อปี 2543” ก็กล่าวถึงปัญหาของโครงสร้างวัดกุฎีดาว ที่เป็นสาเหตุให้ “ปล้องไฉน” ของเจดีย์ประธานวัดกุฎีดาว พังทลายลงมา ในรายงานระบุว่า
“…เจดีย์ประธานวัดกุฎีดาว เป็นเจดีย์ทรงระฆังตั้งอยู่บนฐานประทักษิณย่อ มุมไม้ยี่สิบ โดยองค์เจดีย์มีความสูงทั้งหมด (เท่าที่เหลือ) 14.50 เมตร ฐาน ประทักษิณทุกด้านจะมีรอยแตกเป็นแนวยาวแสดงถึงการทรุดตัวของเจดีย์ ลวด ลายขาสิงห์ที่ประดับฐานประทักษิณขององค์เจดีย์ แข้งสิงห์มีการทํารอยหยัก 2 หยัก ซึ่งมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น
บนลานประทักษิณพบหลักฐานการปูพื้นด้วยแผ่นหินสีเขียวอ่อน-เทา เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาคต่าง ๆ กัน มีระเบียงล้อมรอบลานประทักษิณ ปัจจุบันพัง หมดแล้วเหลือเพียงเสาหัวเม็ดทรงมัณฑ์ตรงมุม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ และมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่บนลานประทักษิณด้านทิศเหนือ องค์เจดีย์ประธานมีบันไดทางขึ้น 2 บันใด อยู่ทางด้านทิศตะวันออกอยู่ในสภาพชํารุด
ถัดจากลานประทักษิณเป็นชั้นฐานย่อเก็จรองรับองค์ระฆังอยู่ในสภาพ ชํารุคปูนฉาบหลุดร่วงออกเกือบหมด ถัดจากฐานย่อเก็จขึ้นไปเป็นชั้นมาลัยเถา 2 ชั้น อยู่ในสภาพชํารุดเหลือเพียงบางส่วนมีวัชพืชขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดได้พังทลายลงมาหมดเหลือเพียงด้านทิศใต้เท่านั้นที่ยังเหลือ มากกว่าด้านอื่น ๆ
นอกจากนี้บนลานประทักษิณยังมีเจดีย์ทิศจํานวน 8 องค์ ล้อมรอบเจดีย์ ประธาน มีลักษณะเป็นทรงระฆังกลมบนฐานแปดเหลี่ยม ซึ่งเหลือให้เห็นเพียง ด้านทิศตะวันออก ส่วนด้านอื่นเหลือเพียงฐานแปดเหลี่ยม…”
*** เพียงแค่นี้ก็น่าจะสรุปได้แล้วว่า “ปล้องไฉน” ของเจดีย์ประธานวัดกุฎีดาว พังทลายลงมา เพราะปัญหาด้านโครงสร้าง ไม่ใช่เพราะพม่ายิงปืนใหญ่ใส่วัดตามที่รายการกล่าวอ้าง และ “วัดกุฎีดาว” นี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองอยุธยาไปทางทิศตะวันตก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะโดนพม่ายิงปืนใหญ่ถล่มใส่ เพราะเป้าหมายหลักตอนนั้น คือ ทำลายค่ายของอยุธยาและยิงปืนใหญ่เข้าไปในกำแพงเมืองอยุธยา


2. พระเจ้าเอกทัศ คือผู้สร้าง “วัดกุฎีดาว” จริงหรือ ?
ใน “พงศาวดารฉบับต่าง ๆ” ก็สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) มิได้เป็นผู้สร้างหรือแม้แต่บูรณปฏิสังขรณ์ “วัดกุฎีดาว” เลยด้วยซ้ำ
“วัดกุฎีดาว” นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ช่วงแผ่นดิน “พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ” ผู้เป็นพระบรมเชษฐาธิราชของ “พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ” (เวลานั้นดํารงพระยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า))
มาดูหลักฐานกัน พงศาวดารสมัยอยุธยาฉบับต่าง ๆ ได้กล่าวถึงวัดกุฎีดาวว่าปฏิสังขรณ์โดยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ครั้งยังดํารงพระยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ในปี พ.ศ. 2254 ใช้เวลา 3 ปีเศษจึงสําเร็จ
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวง และฉบับกรมพระปรมานุชิตชิโนรส กล่าวว่า
“…สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคลให้ช่างปฏิสังขรณ์ วัดกุฎีดาวอันใหญ่ ในปีเถาะตรีศก เสด็จไปทอดพระเนตรการที่วัดนั้น เดือนหนึ่งบ้าง สองเดือนบ้าง เหมือนพระเชษฐาธิราช สามปีเศษ วัดนั้นจึงสําเร็จแล้วบริบูรณ์…” และอีกตอนหนึ่ง กล่าวถึงการสมโภชวัดกุฎีดาวคราปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จว่า “…ในปีมะแมสัปตศกนั้นพระมหาอุปราชให้ฉลองวัดกุฎีดาว บําเพ็ญพระราชกุศลให้ทานสักการะบูชาแก่พระรัตนตรัยเป็นอันมาก ให้เล่นงานมหรสพสมโภชเจ็ดวัน การฉลองนั้นสําเร็จบริบูรณ์…”
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์วัดพระเชตุพน กล่าวว่า
“…สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ให้ช่าง ปฏิสังขรณ์วัดกุฎีดาวอันใหญ่, ในปีเถาะ ตรีศก. เสด็จไปทอดพระเนตรการที่วัดนั้น,เดือนหนึ่งบ้าง,สองเดือนบ้างเหมือนพระเชษฐาธิราช. สามปี เศษ วัดนั้นจึงสําเร็จแล้วบริบูรณ์…”
*** เพียงแค่นี้ก็สรุปได้แล้วว่า “สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ)” มิได้เป็นผู้สร้างหรือแม้แต่บูรณปฏิสังขรณ์ “วัดกุฎีดาว” เลยด้วยซ้ำ เพราะผู้ที่บูรณปฏิสังขรณ์ คือ “พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ” ผู้เป็นพระบรมชนกนาถของ “พระเจ้าเอกทัศ” จึงไม่มีทางที่ “พระเจ้าเอกทัศ” จะเป็นผู้สร้าง “วัดกุฎีดาว”
ส่วนการก่อสร้าง “วัดกุฎีดาว” นั้นไม่ชัดเจน ปรากฏในหนังสือพงศาวดารเหนือว่า “…พระยาธรรมิกราชซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงสร้างเมื่อจุลศักราช 671 ปีเถาะ เอกศก และพระอัครมเหสีของพระองค์ทรงสร้างวัดมเหยงคณ์ขึ้นคู่กัน …” ส่วนในคำให้การขุนหลวงหาวัดกล่าวว่า “…พระมหาบรมราชาทรงสร้างวัดกุฎีดาว (กุฎิทวา) และพระภูมิน ทราธิบดีทรงสร้างวัดมเหยงคณ์…”
แต่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา หลายฉบับกล่าวความต้องกันว่า “…สมเด็จพระบรมราชาธิราช (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้างวัด มเหยงคณ์และไม่มีฉบับใดกล่าวถึงวัดกุฎีดาว จนกระทั่งสมัยอยุธยาตอนปลาย เมื่อมีการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดมเหยงคณ์ครั้งใหญ่ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ…” จึงสันนิษฐานได้ว่า “วัดกุฎีดาว” อาจจะสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับวัดมเหยงคณ์ หรือหลังจากวัดมเหยงคณ์เล็กน้อย และคงเป็นวัดขนาดใหญ่ที่สำคัญวัดหนึ่งทางบริเวณที่เรียกว่า “อโยธยา”

 

(Visited 2,180 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry