แม่ร้องอัยการ หวั่นคดีลูกสาวถูกครูลวงไปขืนใจ ไม่ได้รับความเป็นธรรม

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

ทนายรณณรงค์ พาแม่นักเรียนม.1 ถูกครูดนตรีข่มขืนบังคับเสพยาร้องอัยการ หวั่นสั่งไม่ฟ้องข้อหาชำเรา อัยการแจงฟ้องแล้ว 3 ข้อหา โทษหนัก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 พ.ค. 63 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ทนายความชื่อดัง พร้อมมารดาของนักเรียนชั้น ม.1 ผู้เสียหาย อายุ 12 ปี ซึ่งถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร ข่มขืน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เพื่อขอให้ตรวจสอบสำนวนคดี เนื่องจากคู่กรณีมีพ่อเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร เกรงว่าจะเกิดการแทรกแซงหรือวิ่งเต้นคดี จนทำให้มีการฟ้องแค่แค่ข้อหาพรากผู้เยาว์กับข้อหาอนาจาร ขาดข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และ พ.ร.บ.ยาเสพติด เพราะมีการบังคับให้เด็กเสพยาด้วย โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง

โดยมารดาของผู้เสียหายซึ่งสงวนนามและหน้าตา เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า วันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ส่งลูกไปเรียนตามปกติ แต่ประมาณ 9.00 น. ครูประจำชั้นมาแจ้งที่บ้านว่าลูกหายไป เราก็ตกใจ เพราะลูกไม่เคยมีพฤติกรรมหนีเรียน ออกตามหาทั่วหมู่บ้านก็ไม่เจอ ไปตามที่โรงเรียนมีเด็กผู้ชายบอกเห็นลูกขึ้นรถตู้ไปกับครู เลยหาเบอร์ครูแล้วโทรไปถาม ครูก็ยืนยันว่าไปคนเดียวไม่ได้พาลูกเราไป หลังเกิดเหตุลูกบอกว่าครูบอกให้ปิดเครื่อง เราติดต่อไม่ได้ ลูกอยู่ในรถตู้ทึบไม่รู้ว่าไปไหน ลูกบอกครูพาไปให้ช่วยขนกล้วยก็เลยไป กลัวครูมากกว่าแม่ ให้ลูกเราเข้าไปในรีสอร์ตแล้วกระทำ ทั้งที่ลูกเราเป็นประจำเดือน

มารดาของผู้เสียหายเผยถึงกรณีครูผู้ก่อเหตุติดต่อมาเจรจายื่นเงินว่า วันที่ 12 มี.ค. คุยกันนึกว่าเขาจะให้เป็นค่าเยียวยาค่าเสียหาย แต่พอวันที่ 24 มี.ค. เขาบอกจะจ่ายให้จบเรื่อง ให้แถลงต่อศาลให้จบ ไม่งั้นไม่จ่าย เราไม่รับ เราอยากให้เขารับผิดสำนึกผิดมากกว่ามาจ่ายเงินแบบนี้ ลูกเราไม่ใช่ผักปลา เราตามคดีเองทั้งหมด การไม่ฟ้องบางข้อหาเราคาใจ หลักฐานที่เราไปหาน่าจะชัดแล้ว คลิปที่พาลูกเราออกจากโรงเรียน เข้ารีสอร์ต รถตู้หายเข้าไปนานแค่ไหน ลูกเราไม่ได้โทรให้เพื่อนไปรับ คนที่ไปรับอายุเยอะแล้ว เป็นเด็กของครู ไม่ใช่เพื่อนลูก ลูกเราไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น

 

เธอยังเปิดเผยถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวด้วยว่า เป็นครูวงดุริยางค์ เป็นที่รักของเด็กคนอื่น แต่เขาทำไม่ดีกับลูกเรา เขาพยายามบอกคนอื่นว่าลูกเราอยากหนีเรียนออกไป ถ้าเป็นครูที่ดีต้องตีให้เด็กเข้าโรงเรียน ไม่ใช่พาไปเข้ารีสอร์ต เขาพยายามโยนความผิดให้เด็ก ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเราได้รับเงินแล้ว 5 แสนบาท ไม่ได้รับเลย ขอบอกเลยว่าไม่เอา สำหรับสถานะของครูคนดังกล่าวในปัจจุบัน เธอบอกได้ข่าวว่าโดนปลดใบประกอบ และผู้ต้องหาเป็นลูกของนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรด้วย

มารดาผู้เสียหาย ยังระบุถึงครูคนดังกล่าวไม่เคยขอโทษ บอกว่ามีแต่แม่เขาขอโทษแทนลูก ตัวเขาไม่ขอโทษไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ชอบไปพูดว่าให้เงินแล้ว ชอบพูดให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าให้เงินแล้ว 5 แสนบาท ทั้งที่น้องผิดเองอยากหนีเรียน อยู่ยากลำบาก ลูกมาเผยตอนหลังว่าครูบังคับเสพยา วันที่ไปแจ้งความ ลูกเรามีอาการแปลกๆ ตาลอยๆ 7 วันจากนั้นแล้วลูกยอมบอก ตอนแรกไม่กล้าบอก เพราะครูบอกว่าหนูเสพต้องโดนจับเหมือนกัน ทำให้กลัวไม่บอกใคร เป็นฟอล์ยกับไฟแช็กเผาควันขึ้นมา ให้ดูดควันเข้าไป เค้าก็เบลอมึนไปเลย

ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามถึงผลตรวจร่างกายผู้เสียหาย มารดาระบุหมอบอกโดนล่วงละเมิดจริง มีบาดแผลฉีกขาดที่พรหมจรรย์ หมอยังบอกให้สู้ ถ้ายอมหมอจะเสียใจมาก ส่วนภาครัฐมีใครเข้ามาดูแลหรือไม่ เธอระบุว่า ไม่มี ได้ยื่นเรื่องไปที่ยุติธรรมจังหวัดขอรับเงินเยียวยา แต่ยังไม่ได้รับอะไรจากใคร สำหรับสภาพจิตใจผู้เสียหาย เธอบอกว่าแย่ และบอกว่าแม่กำลังสู้เพื่อหนูอยู่

“แม่อยากบอกว่าเขาสร้างทุกข์หนักกับครอบครัวแม่มากเลย ทั้งจิตใจน้องทั้งแม่ ชีวิตแม่มันไม่เหมือนเดิม แม่ทำธุรกิจ แม่มีร้านขายของ ร้านแม่ก็ไม่เหมือนเดิม เสียหายมาก ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ปิดร้าน พาลูกไปอยู่ที่อื่น เพราะจิตใจลูกมันแย่ มีคนมองคนถามน้องอยู่ตลอดเวลา ก็เลยต้องปิดร้านพาลูกไป ช่วงวันที่ 14 ก.พ. มาเปิดอีกที 5 มี.ค. เพื่อพาลูกหลบไปก่อน” มารดาผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยากบอกถึงผู้ก่อเหตุ โดยกล่าวทั้งน้ำตาตลอดการสัมภาษณ์

ด้าน นายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวหลังรับเรื่องว่า เมื่อได้รับหนังสือจากผู้เสียหายแล้ว จะนำกราบเรียนท่านอัยการสูงสุดโดยทันทีในวันนี้ และทางงานโฆษกกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกับทางอัยการจังหวัดชุมพร ในการทำงานคดีทางเพศ อยากให้มั่นใจในประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี การให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนฝ่ายเดียวไม่สามารถสอบปากคำเด็กได้ ต้องร่วมกระทำกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์หรือสหวิชาชีพ และพนักงานอัยการไปกำกับการสอบสวน ไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงถ้อยคำให้การได้ เพราะต้องมีการอ่านให้เด็กฟังแล้วลงชื่อนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ มีการบันทึกวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน เป็นพยานหลักฐานใช้ในชั้นศาล ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ กฎหมายจะต้องเข้าไปคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษ

(Visited 2,005 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry