การสรงน้ำพระ ประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย ทำได้ที่บ้านไม่ต้องออกไปเสี่ยงโควิด-19

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

เทศกาลสงกรานต์” ประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ยึดถือและปฏิบัติกันมาแต่โบราณ โดยในอดีตจะนำน้ำมาสรงน้ำพระเพิ่มความสิริมงคล ทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพ และรดน้ำให้แก่กันเพิ่มความชุ่มชื่นคลายร้อน

ส่วนในปีนี้เทศกาลสงกรานต์อาจดูเงียบเหงาไม่คึกคักดังเช่นทุกปี เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติลงในเร็ววัน ทำให้ในปีนี้ต้องงดกิจกรรมการเล่นสาดน้ำกันไปก่อน เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ให้กระจายไปวงกว้าง รวมถึงการงดเว้นการรดน้ำญาติผู้ใหญ่ แต่รณรงค์ให้สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านแทน

การสรงน้ำพระพุทธรูป เพิ่มความเป็นสิริมงคลรับขวัญวันปีใหม่ไทยนั้น เป็นอีกหนึ่งประเพณีดั้งเดิมที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างช้านาน ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้นจึงชวนทุกคนมาสืบสานธรรมเนียมประเพณีกับ “5 ขั้นตอน สรงน้ำพระที่บ้าน” เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดโอกาสติดเชื้อไวรัสจากนอกบ้านอีกด้วย

1.กล่าวขอขมาและอัญเชิญพระพุทธจากหิ้งพระ

ขั้นตอนแรกเราควรกล่าวคำขอขมาก่อนเคลื่อนย้ายองค์พระพุทธรูปจากหิ้งพระ เพื่อให้ท่านอภัยในสิ่งที่เราอาจทำไม่ถูกไม่ควร หรือเพื่อไม่ให้เกิดโทษนั่นเอง โดยเริ่มจากท่อง นะโม 3 จบ และตามด้วยบทขอขมา “ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต” แล้วจึงอัญเชิญพระพุทธรูปไปยังที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ชั่วคราวเพื่อสรงน้ำพระ

2.ทำความสะอาดพระพุทธรูป

หลังจากเราสวดขอขมากรรมเสร็จแล้ว จากนั้นก็ย้ายองค์พระพุทธรูปมายังโต๊ะที่จะทำการสรงน้ำ แต่ต้องทำความสะอาดองค์พระเสียก่อน โดยหาผ้าผืนใหม่ หรือฟองน้ำใหม่ มาเช็ดทำความสะอาด ถ้าหากเป็นกรอบรูปภาพพระให้นำฟองน้ำบิดหมาด ไปทำความสะอาดแทน

3.เตรียมอุปกรณ์สรงน้ำพระ

สำหรับขั้นตอนต่อไปก็คือ การเตรียมอุปกรณ์สรงน้ำพระ โดยนำพานหรือถาดรอง วางรองพระพุทธรูปเพื่อป้องกันการไม่ให้พื้นเปียกขณะที่เราสรงน้ำพระ เตรียมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหรือมงคล อาทิ ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ พวงมาลัย น้ำอบหรือน้ำปรุง ขันใบเล็ก และขันใบใหญ่

ตามความเชื่อในอดีตจะใช้น้ำมนต์มาทำน้ำสำหรับสรงพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งๆ ขึ้นไป แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้น้ำสะอาดผสมกับน้ำอบสูตรภูมิปัญญาไทยเพื่อความหอมรัญจวน และโรยหน้าน้ำด้วยกลีบกุหลาบและดอกมะลิ หรือดอกไม้ที่หาได้ตามสะดวกของแต่ละบุคคล

4.สรงน้ำพระพุทธรูป

การสรงน้ำพระพุทธรูป เริ่มต้นด้วยตั้งนโม 3 จบ และตามด้วย “อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง” แปลว่า “เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธานเป็นสุขเทอญ” หลังจากกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้ว จึงตักน้ำสรงพระพุทธรูปด้วยความเคารพต่อไป

5.ย้ายพระพุทธรูปกลับสู่โต๊ะหมู่บูชา

หลังจากสมาชิกทุกคนในบ้านสรงน้ำพระครบแล้วรดน้ำครบแล้ว ก็ได้เวลาเคลื่อนย้ายองค์พระกลับไปยังโต๊ะหมู่บูชาดังเดิม แต่ก็อย่าลืมทำความสะอาดโต๊ะเดิมก่อน แล้วเปลี่ยนผ้ารองฐานที่โต๊ะใหม่ทุกครั้ง แล้วจึงนำท่านกลับไปวางที่เดิม ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี อย่างไรก็ดีเราคนไทยชาวพุทธก็ควรไหว้องค์พระพุทธรูปทุกวันพระเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

หากพุทธศาสนิกชนคนไหนที่อยากสรงน้ำพระ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลและจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็อย่าลืมนำ “5 ขั้นตอน สรงน้ำพระที่บ้าน” ไปปฏิบัติกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดโอกาสติดเชื้อไวรัสจากนอกบ้านอีกด้วย

(Visited 1,315 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry