หนุ่มต่อยผู้หญิงอ้าง ไม่รู้อีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เคยโดนรุมกระทืบจนผิดปกติทางจิต

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

แจ้งข้อหา “เบิร์ด”ผู้ต้องหาชกหน้า ทุบรถสาวในซอย หลังเจ้าตัวยยอมรับเป็นคนในคลิปเคยถูกทำร้ายจนหวาดระแวง ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า ฝ่ายคู่กรณีเผยหลังได้คุยกัน พบไม่ปกติจริง ควรไปพบแพทย์

จากกรณี หนุ่มสวมหมวกกันน็อกหัวร้อน ชกหน้าผู้หญิง ทุบรถเสียหาย ทั้งที่ผู้หญิงยกมือไหว้ และขอโทษหลายครั้ง โดยเกิดเหตุบริเวณซอยวัดศรีวารีน้อย ออกปากทางลาดกระบัง 54 ตามที่รายงานไปแล้วนั้น ล่าสุด นายฉัตรชัย ปรุงสุข หรือ เบิร์ด อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุ ต่อยหน้า น.ส.พิมพ์ (นามสมมติ) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนเองเป็นชายที่อยู่ในคลิป และในวันเกิดเหตุตนมีอารมณ์ร้อน

ขณะเดียวกัน เวลา 10.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ห้องศปก.สน.จรเข้น้อย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์จักร จักษุรักษ์ ผกก.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส. ได้แถลงการจับกุมนายฉัตรชัย หรือเบิร์ด ปรุงสุข อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชกหน้า น.ส.พิมพ์ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พนักงานบริษัท และใช้ประแจทุบกระจกหน้ารถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 5 กท-5044 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหาย ระหว่างขับมาในซอยลาดกระบัง 54 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้องพักเลขที่ 1309/9 ตึก 69 ชั้น 1 โครงการบ้านเอื้ออาทร 2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ พร้อมยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ฬษก 203 กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นนั้น ภายหลังมีคลิปเผยแพร่บนโลกโซเชียลและมีสื่อนำเสนอเรื่องราวแล้ว ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นการทำร้ายร่างกายผู้หญิงซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมเฝ้าจับตามองไปในวงกว้าง และอาจจะทำให้จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ วันนี้จึงพาผู้เสียหายมาพูดคุยกับผู้ต้องหาถึงสิ่งที่ได้กระทำลงไป

ทั้งนี้ จากการสอบถามญาตินายฉัตรชัย ทราบว่านายฉัตรชัยเคยถูกรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเมื่อ 4-5 ปี มาแล้ว จนมีอาการหวาดระแวงคนจะมาทำร้าย และมักจะพูดจาวกวน ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเคยเข้ารับการรักษาหรือไม่ ส่วนเรื่องข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ ก่อนคุมตัวฝากขังศาลมีนบุรีต่อไป

ด้านนายฉัตรชัย กล่าวว่า ตนยอมรับผิดกับสิ่งที่กระทำไป ทีแรกตนไม่ทราบว่าเป็นผู้หญิง แต่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ยืนยันไม่มีการปาดหน้ากันหรือเฉี่ยวชนกันแต่อย่างใด โมโหที่คู่กรณีขับรถจี้ท้ายระยะกระชั้นชิด ทั้งนี้ตนยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์มาก่อน ที่ตนทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น ตนขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

ขณะที่น.ส.พิมพ์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนไม่ได้ขับจี้ท้ายเพียงแต่กะพริบไฟ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเมื่อพูดคุยกับนายฉัตรชัย แล้วรู้สึกว่ามีอาการไม่ปกติ ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์จริงๆ แม้ตนจะไม่ได้โกรธแล้ว แต่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เพราะตอนนี้ยังรู้สึกหวาดระแวงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวน ทราบว่านายฉัตรชัย เป็นลูกอดีตตำรวจใน จ.อ่างทอง หลังเกิดเหตุผู้ต้องหามีการขับรถวนรถกลับมาเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ จากนั้นกลับมาที่ห้องพัก จนกระทั่งวันที่ 8 ต.ค. เจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ที่โครงการบ้านเอื้ออาทร 2 จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบประตูถูกปิดล็อกจากด้านนอก เจ้าหน้าที่จึงประสานทางญาติผู้ต้องหามาเจรจาเกลี้ยกล่อมจนผู้ต้องหายอมล้วงมือออกมาเปิดประตูให้ ก่อนเข้าควบคุมตัวแต่โดยดี

จากการตรวจสอบในห้องพักพบว่าเป็นห้องที่สะอาด ข้าวของวางเป็นระเบียบเรียบร้อย และยังพบรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำตาลคาดดำ หมายทะเบียน ฬษก203 กรุงเทพมหานคร ประแจเบอร์ 23 ที่ใช้ในวันเกิดเหตุ ทั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวมาสอบสวน นายฉัตรชัย มีอาการหวาดระแวง อยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมกิน แม้กระทั่งน้ำดื่มที่ไม่ได้เปิดเอง

 

(Visited 1,532 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry