เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เตรียมเรียก…!!”สองพี่น้อง” อ้างเป็น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ รับบริจาค”น้ำท่วม”

จากกรณีนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารา-นักแสดงชื่อดัง และผู้จัดการฝ่ายกิจการพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู ถูก

มิจฉาชีพสวมรอยนำภาพพร้อมข้อความการประกาศนำเงินและรับบริจาคไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย

ในจ.อุบลราชธานี โดยมีการปลอมแปลงเลขบัญชีธนาคารเพื่อหลอกลวงผู้มีจิตศรัทธาให้โอนเงินก่อนนำไป

โพสต์บนโลกสังคมออนไลน์ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

วันที่ 17 กันยายน 2562 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

(บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องดูเจตนาของผู้ที่โพสต์นั้นว่า มีนัยยะ

แอบแฝงหรือไม่อย่างไร หากมีเจตนาเพื่อมีจุดประสงค์ให้ประชาชนเกิดหลงเชื่อว่า บัญชีที่โพสต์และนำรูปผู้

เสียหายซึ่งเป็นบัญชีที่รับบริจาคน้ำท่วมไปหลอกลวงจริงจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.

คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด

เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปอท. เชิญบุคคลผู้

ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของบัญชีธนาคาร และเจ้าของเฟซบุ๊กผู้ที่โพสต์ มาเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.

เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดีในเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2562

ที่จะถึงนี้

โดยในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกทั้งคู่ก่อนในฐานะพยานเพื่อชี้แจงว่า เพราะเหตุใดถึงกระทำใน

ลักษณะดังกล่าว โดยเบื้องต้นทราบว่า มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ จ.ลพบุรี ว่าบุคคลทั้งคู่ไม่มีส่วนรู้เห็นแม้

แต่อย่างใด โดยหลังจากนี้จะเชิญทั้งคู่มาพบเพื่อสวบสวนถึงข้อเท็จจริง นอกจากนี้จะต้องเชิญผู้เสียหายมา

สอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปยืนยันว่าเลขบัญชีที่ถูกแอบอ้างนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง

อยากฝากเตือนถึงบุคคลผู้ไม่หวังดีที่คิดจะกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวว่า พี่-น้องประชาชนผู้ประสบ

อุทกภัยก็ลำบากมากพอแล้ว การที่มีผู้เสียสละอย่างคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ลงพื้นที่และเปิดรับบริจาคนำเงิน

ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องที่ดี อย่าฉกฉวยโอกาสใช้ช่องทางนี้ในการกระทำความผิด นอกจากจะมีโทษ

ตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งค่อนข้างสูงแล้ว และยังผิดต่อศีลธรรม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว

 

**********************************

(ขอขอบคุณเรื่องจาก www.fm91bkk.com)