ต้องเอาเรื่องถึงที่สุด! แม่ โพสต์ภาพ ลูกสาวหน้าช้ำ ถูกครูใช้ไม้ตีกลางหัว เพราะบวกเลขช้า

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

วันที่ 17 ส.ค. ผู้สื่อข่วรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพลูกสาว ที่มีสภาพ รอยเขียวช้ำม่วงตามใบหน้า ดวงตาปูดโปน ปิดทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับเล่าว่า

#เพราะบวกเลขช้า นี่คือเหตุผลที่ครูเอาไม้ตีหัวจ๊ะจ๋า ตรวจเอ็กซเรย์ 2 รอบผลออกมา ศรีษะไม่ร้าว แต่ช้ำในหรือเลือดคั่ง

หมอให้ยาแก้ปวดมากินกับให้คอยประคบเย็นบ่อยๆๆ ที่บวมขนาดนี้เพราะโดนตีที่กลางหัวเลยทำให้เกิดอาการบวมแดง ไปแจ้งความเรียบร้อย รอวันจันทร์ไปคุยกับทางร.รอีกทีว่าจะเอายังไงกับครู เรื่องนี้ครูต้องรับผิดชอบไม่ยอมเหมือนกัน โดนขนาดนี้ ถ้าไม่เอาเรื่องหรือไม่พูดและทำอะไรเลยเด็กคนอื่นๆๆ ก็อาจจะโดนเช่นกัน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวจึงได้ประสานไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวทราบชื่อ นางนุชนารถ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ซึ่งระบุว่าเป็นแม่ของ น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 7 ปี เด็กที่อยู่ในภาพ ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.2 จึงได้เดินทางเข้าพบที่บ้านพัก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่าขณะนั้นทั้ง 2 กำลังพูดคุยอยู่กับ น.ส.นฤมล อินทะพงษ์ ผู้อำนวยโรงเรียน พร้อมครูผู้ช่วย เข้ามาเยี่ยมเยียนและดูอาการเด็ก พร้อมด้วย นางเพ็ญจันทร์ ตุลาพันธ์ อายุ 50 ปี ผู้เป็นยาย และลูกสาววัย 5 ปี ของนางนุชนารถ อีก 1 คน

นางนุชนารถ เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยช่วงเย็นขณะไปรับลูกสาวที่โรงเรียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพากลับบ้าน ลูกสาวบ่นปวดหัวเลยคิดว่าคงจะเรียนหนักหรือไม่สบายจึงรีบพากลับบ้านมานอนพัก พอตกกลางดึกปรากฏว่าเมื่อจับที่ศีรษะมีลักษณะคล้ายบวมช้ำ ขณะที่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง และแก้มข้างขวาบวมช้ำจากภายในจึงรู้สึกตกใจ เมื่อสอบถามดูลูกก็บอกว่าถูกครูทำโทษด้วยการใช้ไม้ตีที่ศีรษะหลังตอบคำถามในวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้ จึงได้รีบพาลูกไปพบแพทย์ที่ รพ.บางละมุง เพื่อตรวจเช็กอาการและเอกซเรย์สมอง โดยแพทย์ระบุว่า ศีรษะไม่แตกร้าว แต่มีอาการช้ำในหรือเลือดคั่งทำให้บวมแดง ก่อนให้ยามาทานและทาบรรเทา

กรณีดังกล่าวเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง จึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ แต่ได้แจ้งไปว่าขอไปคุยกับทางโรงเรียนก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร และวันนี้ก็จะพาลูกไปเอกซเรย์สมองอีกครั้งที่ รพ.เอกชน และหากพบว่ามีอาการหนักขึ้นก็จะดำเนินการถึงที่สุด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และจากนี้จะไม่พาลูกไปเรียนที่โรงเรียนอีกหากครูคนนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่เช่นเดิม ก่อนจะมาโพสต์เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์กับอีกหลายครอบครัวที่ต้องหมั่นดูแลบุตรหลานของตัวเอง

(Visited 895 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry