สาวประเภทสอง ไปใช้บริการกำจัดขนหนวดเครา แต่กลับมาหน้าพองน้ำหนองไหล

นายธีระพล เจริญพจน์ สาวประเภทสอง ผู้เสียหายที่ใช้บริการที่คลินิก ย่านบางลำพู เผยว่า ที่ผ่านมา เคยเสริมจมูก และทำทรีตเม้นท์หน้าใส พร้อมกับบริการกำจัดขน หนวดเครา ที่คลินิกดังกล่าว
มาแล้ว 1 ครั้ง หลังจากนั้น เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ไปใช้บริการกำจัดขน หนวดเคราเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจาก ครั้งแรกใช้บริการแล้ว รู้สึกว่าขนบนใบหน้าลดน้อยลง และไม่มีผลข้างเคียง

แต่ครั้งนี้เมื่อตนเดินทางมาใช้บริการ แพทย์ก็ได้พาตนไปนอนที่เตียง พร้อมกับให้ใส่แว่นตา และได้ทาเจลเย็นที่บริเวณใบหน้า จนทำให้รู้สึกหน้าชา จากนั้นแพทย์ได้เริ่มกำจัดขน พร้อมนำเครื่องที่มีความร้อน มาทาบที่บริเวณใบหน้าไปเรื่อยๆ ตามจุดที่มีขน

ขณะที่เครื่องทำความร้อนทำงาน แพทย์ได้นำเจลเย็นมาเติมที่บริเวณใบหน้าบ่อยครั้ง ซึ่งตนสงสัยว่า ทำไมถึงได้ใส่เจลเยอะ ไม่เหมือนกับการทำครั้งแรก และได้ถามอีกว่า “ทนได้ไหม ไหวหรือเปล่า” ตนก็ตอบไปว่า “ร้อนแต่ทนได้”

ภายหลังจากที่กำจัดขนเสร็จสิ้นแล้ว แพทย์ได้บอกว่า ไม่ต้องแปลกใจเมื่อเห็นใบหน้าตัวเอง พร้อมกับบอกให้ใจเย็นๆ ผลปรากฏว่า เมื่อตนส่องกระจก จึงเห็นว่ามีน้ำเหลืองไหลออกมาจากคางไม่หยุด จึงได้นำกระดาษทิชชู่มาเช็ด แต่ทางแพทย์บอกว่าห้ามเช็ด เนื่องจาก หนังจะหลุดออกมา ซึ่งทางคลินิกให้แค่ครีมทาหน้า กับขี้ผึ้ง มาทาบริเวณรอยไหม้เท่านั้น พร้อมกับจ่ายเงินค่ารักษาประมาณ 3,000 บาทให้กับตน

 

นายธีระพล บอกอีกว่า เมื่อกลับมาที่บ้าน เริ่มปวด และทรมานกับแผลบนใบหน้า และไม่สามารถแต่งหน้าได้ จึงตัดสินใจกลับไปที่คลินิกดังกล่าว ทางแพทย์ได้คุยกับทางพี่สาวตน และเเจ้งว่า แผลที่เกิดขึ้นคล้ายกับแผลที่ถูกไฟคลอก ทางคลินิกจะรักษาให้ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะรักษาอย่างไร

เมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน ตนเองเริ่มทนไม่ไหวกับบาดเเผล จึงได้ไปคุยกับทางคลินิกอีกครั้ง ทางแพทย์ได้กล่าวขอโทษและได้แจ้งว่า ที่ใบหน้าเป็นเช่นนี้ เพราะแพทย์ใช้ความร้อนมากเกินไป พร้อมกับปลอบว่า ใช้เวลาฟื้นตัวเพียง 6 วัน เท่านั้น ขณะเดียวกันคิดว่า คงไม่มีทางหาย แต่ถ้าหายก็เกรงว่าใบหน้าจะไม่กลับมาเหมือนเดิม

ยากับขี้ผึ้ง ที่ทางคลินิกให้รักษารอยไหม้

ภายหลังจากเกิดเรื่อง นายธีระพล ไม่มีความไว้ใจคลินิก ในการจะรับการรักษาต่อ และอยากให้เรื่องที่ตนเจอ เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่คิดจะทำการกำจัดขนที่บริเวณใบหน้า เพราะหากเกิดความผิดพลาดในการใช้บริการ ทางคลินิกควรรับผิดชอบมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่ขอโทษ ตั้งแต่เกิดเรื่อง คลินิกไม่มีการติดต่อกลับมาเลย ถ้าหากตนไม่ติดต่อไปเอง

นายธีระพล กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเครียดที่ใบหน้าตนเป็นเช่นนี้ ทำให้ขาดความมั่นใจ ที่สำคัญยังส่งผลทำให้ทั่วใบหน้ามีความหมองคล้ำ โดยในวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) จะเดินทางไปร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

ทางด้าน แพทย์หญิงจุรีรัตน์ หวังเจริญ ผู้ที่เสริมความงามให้กับ นายธีระพล อธิบายว่า ผู้เสียหายเข้ามาทำการทรีตเม้นท์ IPL หรือแสงใสหน้าอ่อนเยาว์ สำหรับบริการดังกล่าว ต้องใช้ความร้อนจากแสงฉาบไปที่บริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นแสงช่วงคลื่นเฉพาะที่มีในธรรมชาติ ที่มีความปลอดภัย ทำให้ใบหน้าขาวใส ป้องกันริ้วรอยและอ่อนเยาว์ โดยเป็นเทคนิคใหม่ที่ไม่ทำให้เจ็บปวด ไม่ทำร้ายผิว เหมาะกับผิวทุกชนิด

ทั้งนี้ แพทย์หญิงจุรีรัตน์ ระบุว่ากรณีของ นายธีระพล เป็นเพราะที่บริเวณใบหน้ามีเส้นขนขนาดใหญ่ ต้องมีการทำซ้ำ พร้อมกับต้องใช้พลังงานสูง จึงอาจจะทำให้ดูลำบาก เนื่องจากต้องดูว่าความร้อนจะพอดีหรือไม่ และต้องประเมินจากคนไข้ว่ารับได้ไหม โดยขณะที่ทำได้สังเกตเห็นเพียงรอยแดง พองเพียงเล็กน้อย จึงไม่ได้คิดอะไร

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แพทย์หญิงจุรีรัตน์ ยอมรับว่า ตั้งค่าพลังงานสูงเกินไป รวมทั้งผิวของ นายธีระพล บอบบาง ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ สำหรับปัญหานี้ ตนยอมรับว่า เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และยืนยันว่า จะไม่เป็นแผลเป็น ซึ่งทางคลินิกได้จ่ายเงินค่ารักษาคืนไปแล้ว และยินดีจะช่วยรักษาจนกว่าแผลจะหาย

ที่มา – ทุบโต๊ะข่าว